มีอะไรในมดลูก

1427

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก…เป็นวลีที่เราคงเคยได้ยินกันมานานแล้ว แต่จะลำบากในแบบผู้หญิงๆที่แตกต่างไปจากผู้ชายก็คงจะเป็นเรื่องการมี “มดลูก” นั่นเอง ความซับซ้อนและการใช้ชีวิตจึงลำบากในวันมามาก และนอกจากนี้ก็ยังมีความเจ็บป่วยต่างๆที่อาจส่งผลตามมา แล้วโรคอะไรบ้างล่ะที่เกิดได้กับมดลูกของผู้หญิง เท่าที่ผมนึกได้ในตอนนี้ก็จะเป็นพวกเนื้องอก ซึ่งเนื้องอกนั้นก็มีได้ทั้งที่เป็นเนื้อตันๆ หรือเป็นแบบถุงน้ำ หรือบางทีก็เป็นโรคของตัวเยื่อบุโพรงมดลูก หรือถ้าจะพิจารณาในอีกมุมก็คือ เนื้องอกต่างๆ ซึ่งอาจแบ่งได้เป็นสองชนิดใหญ่ๆ คือเนื้องอกชนิดธรรมดา และเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง

อาการจากภาวะต่าง ๆ นั้น ก็มีได้ทั้ง อาการปวด หรือมีเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก เมื่อมีอาการดังกล่าวก็ควรมาตรวจเพื่อหาสาเหตุ ส่วนมากแล้วอาการของโรคในมดลูกก็มักเป็นในคนที่มีอายุในช่วงวัยผู้ใหญ่สักหน่อย แต่ในวัยเด็กหรือวัยรุ่นก็มิใช่ว่าจะเป็นไม่ได้ เพราะเรื่องโรคเหล่านี้ก็เหมือนเรื่องอื่นๆ คือไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซนต์

สำหรับอาการเลือดออกผิดปกตินั้น ส่วนมากเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายซึ่งในคนอายุน้อยๆ ก็พบได้เยอะ การที่ฮอร์โมนไม่สมดุลก็อาจมีสาเหตุจากภาวะเครียดกังวล นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการนอนดึกต่อเนื่องกันหลายวันก็เป็นได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องคิดไว้ในใจเสมอคือเรื่อง “ การตั้งครรภ์ ” หากไม่มีเรื่องเพศสัมพันธ์เลยก็พอจะตัดสาเหตุของการตั้งครรภ์ออกไปได้ และแน่นอนว่าสาเหตุอื่นๆ ของการมีเลือดออกผิดปกติก็มีได้อีกมากมาย เช่น อาจเกิดจากการบาดเจ็บ ฉีกขาดของเนื้อเยื่อภายในบริเวณดังกล่าว

ผมเคยมีคนไข้ที่เป็นแอร์โฮสเตสประสบเหตุเครื่องบินตกหลุมอากาศรุนแรง จนตัวคนไข้ลอยขึ้นไปติดเพดานห้องโดยสารแล้วตกลงมาที่พื้นห้องโดยสาร แล้วก็มีอาการเลือดออกทางช่องคลอดตามมา เมื่อตรวจแล้ว ก็พบว่ามีมดลูกฉีกขาดจากการกระแทกนั้น ซึ่งคนไข้ก็เล่าให้ฟังว่าเคยมีรุ่นพี่ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน

ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่มีเลือดออกผิดปกติก็อาจเป็นจากเรื่องการแบ่งตัวของเยื่อบุภายในโพรงมดลูกที่มากกว่าปกติ แน่นอนว่าก็อาจเป็นเรื่องของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกก็ได้ ซึ่งมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกนี้คนไม่ค่อยพูดถึงกันมากนัก

บางครั้งเลือดที่ออกก็เป็นจากเนื้องอก หรือถุงน้ำจากในตัวมดลูก หรือรังไข่ก็ได้ บางครั้งเลือดออกจากโพรงมดลูกก็เป็นจากเรื่องในระบบอื่นไปเลย เช่น โรคธัยรอยด์ ฮอร์โมนน้ำนมที่มีมากเกินไป ภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ และวัณโรคแฝง เป็นต้น

การให้การรักษา ก็มีได้ตั้งแต่การให้ยารับประทาน เพื่อเป็นการปรับรอบเดือนใหม่ ถ้ามีเนื้องอกหรือถุงน้ำขนาดไม่ใหญ่มากนัก มันก็อาจมีขนาดเล็กลงจนเข้าสู่ปกติได้เมื่อฮอร์โมนกลับเข้าสู่สมดุลและรอบเดือนเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ในบางครั้งแนวทางการรักษาก็ต้องพิจารณาเรื่องการขูดมดลูก เพื่อช่วยให้เลือดออกน้อยลงและที่สำคัญจะได้ชิ้นเนื้อเพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยาด้วย

ส่วนอาการปวด ก็มักเป็นผลจากการมีก้อน แต่บางครั้งก็เป็นจากเลือดออกก็ได้ เพราะเวลามีเลือดออกจากโพรงมดลูกนั้น กลไกร่างกายอย่างหนึ่งก็คือกล้ามเนื้อมดลูกจะหดตัวบีบตัวเพื่อช่วยห้ามเลือด ซึ่งผลจากการหดตัวบีบตัวนี้บางคนก็อาจรู้สึกปวดหรืออาจจะแค่หน่วงๆ

เวลาที่มีก้อนผิดปกติเกิดขึ้นที่มดลูกหรือรังไข่ คนไข้ก็อาจคลำเจอได้เองทางหน้าท้องถ้าก้อนนั้นใหญ่พอควร หรือคนไข้มีหน้าท้องแบนบางก็จะคลำได้ชัดแม้ก้อนไม่ใหญ่มากนัก แต่บางครั้งคนไข้อาจมาตรวจด้วยความรู้สึกท้องอืด แน่นท้อง ทานอาหารได้ลดลงแต่จุกแน่นเร็ว บางคนก็จะรู้สึกว่าท้องตัวเองใหญ่ๆ แต่คิดไปว่าตัวเองอ้วนขึ้น หรืออาจมาด้วยอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย หรือซีดก็ได้ เพราะก้อนเนื้องอกจะดึงเลือดไปจากร่างกายของคนไข้ครับ

พวกก้อนนี้แม้ว่าเราจะตรวจคลำได้เองหรือจากการตรวจร่างกาย แต่ก็ควรได้รับการตรวจอัลตร้าซาวนด์ เพื่อตรวจสอบดูรายละเอียดภายในก้อนด้วย เช่น ดูว่าก้อนนั้นเป็นถุงน้ำหรือก้อนเนื้อตัน หากเป็นถุงน้ำลักษณะมันเป็นแบบถุงเดี่ยวหรือหลายถุงซ้อนกัน หรือภายในตัวถุงน้ำมีเนื้อตันแทรกอยู่รึเปล่าและน้ำที่อยู่ในถุงน้ำนั้นเป็นลักษณะน้ำใสหรือน้ำขุ่นแบบหนืดๆ นอกจากนี้ก็ควรตรวจดูการไหลเวียนของเลือดบริเวณก้อนว่ามีมากหรือน้อย

นอกจากนี้ก็ดูขนาดเพราะโดยทั่วไปแล้วก้อนที่มดลูกและรังไข่ที่มีขนาดมากกว่า 3 ซม. ขึ้นไป ก็จะมีแนวโน้มเล็กลงเองได้ยากขึ้นและหากมีขนาดมากกว่า 5 ซม. ขึ้นไปก็มักเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาผ่าตัดรักษา ประโยชน์ของการผ่าตัดก็คือ การได้ชิ้นเอาไปตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อดูว่าก้อนเนื้อเยื่อนั้นเป็นเนื้องอกธรรมดาหรือเนื้อร้าย

โดยสรุปได้ว่า สิ่งที่เราจะพบได้ในมดลูกผู้หญิงเราเมื่อมีอาการปวด หรือเลือดออกขึ้นมานั้น จะเกิดจากซีสต์ ถุงน้ำ และเนื้องอก ซึ่งจะทราบได้ด้วยการตรวจภายในเป็นประจำทุกปีก็สามารถช่วยให้คุณผู้หญิงทั้งหลายดูแลร่างกายห่างไกลโรคที่สร้างความเจ็บปวด หรือที่อาจจะก่อให้เกิดโรคร้ายได้

แพทย์ผู้เขียน

สูติ-นรีแพทย์ทั่วไป

ให้คะแนนบทความนี้
[คะแนนบทความนี้: 0]