ตุลาคม 02, 2014, 09:27:40 pm
หน้าแรก ค้นหา

คุณสามารถกลับไปยังเว็บ Vichaiyut.com ได้โดยคลิกที่ปุ่มนี้||คุณสามารถส่งคำถาม ไปยังผู้ดูแลได้โดยคลิกที่ปุ่มนี้

ข่าว:

+  .: เว็บบอร์ด โรงพยาบาลวิชัยยุทธ :.
|-+  คำถาม-คำตอบ
| |-+  เกี่ยวกับทางการแพทย์
| | |-+  การรักษาแผลเป็นจากโรคอีสุกอีใส
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: การรักษาแผลเป็นจากโรคอีสุกอีใส  (อ่าน 45820 ครั้ง)
Moderator1
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2821


อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 11, 2008, 01:53:07 pm »

มีรอยแผลเป็นจากอีสุกอีใสเยอะมากค่ะ เพราะเป็นตอนอายุมากแล้ว เป็นทั้งตัวเลย คิดว่าแผลจะจางหายไปเอง แต่นานมากแล้วรอยแผลเป็นก็ไม่จางหายซักที กำลังมองหาวิธีรักษาด้วยเลเซอร์ ไม่รู้ว่าจะเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
Moderator1
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 2821


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2008, 01:57:16 pm »

โรคอีสุกอีใส  (chicken  pox)  เป็นโรคที่มักสร้างความรำคาญใจให้ผู้ป่วยเสมอ  ทั้งในขณะที่เกิดโรคซึ่งจะมีตุ่มน้ำขึ้นทั่วร่างกาย  และหลังจากโรคหายแล้วยังทิ้งร่องรอยของการเกิดโรคไว้เป็นที่ระลึกซึ่งอาจติดตัวผู้ป่วยตลอดไปได้  ปกติโรคอีสุกอีใสจะมีระยะการดำเนินโรคประมาณ  1-2  สัปดาห์  มักเริ่มต้นด้วยตุ่มแดงขึ้นกระจายทั่วร่างกาย  หลังจากนั้นกลายเป็นตุ่มน้ำและแห้งเป็นสะเก็ด   หลังจากสะเก็ดหลุดมักทิ้งรอยแดงซึ่งจะค่อยๆจางหายไป  ในบางรอยโรคที่มีการอักเสบมาก  มีการติดเชื้อซ้ำซ้อน  หรือมีการแกะเกา  มักเกิดเป็นแผลเป็นชนิดเป็นหลุม  ( atrophic  scar)  ตามมา  แผลมักจะดีขึ้นได้บ้างเมื่อเวลาผ่านไป  แต่ในกรณีที่แผลลึกหรือมีพังผืดเกิดขึ้นผู้ป่วยก็จะมีแผลเป็นติดตัวตลอดไป

การรักษารอยจากโรคอีสุกอีใส  ในกรณีที่เป็นแค่รอยแดง  ผู้ป่วยควรหลบแดด  ใช้ยากันแดดเพื่อป้องกันไม่ให้รอยแดงกลายเป็นรอยดำ  หรืออาจใช้การฉายแสงความเข้มสูง (IPL)  ซึ่งก็ให้ผลดีและทำให้รอยแดงจางลงได้ในระยะเวลาอันสั้น  ในรายที่มีแผลเป็นชนิดหลุม  ถ้าไม่ลึกมากอาจใช้วิธีการกรอหน้า  (microdermabrasion)  ในกรณีที่เป็นหลุมลึกมักพบว่ามีพังผืดดึงรั้งอยู่ใต้รอยหลุม  ต้องใช้วิธีการทำลายพังผืดรอบๆก่อนโดยวิธี  subcision  หลังจากนั้นต้องกระตุ้นให้มีการสร้างคลอลาเจนขึ้นใหม่บริเวณรอยหลุม  โดยการฉายแสงความเข้มสูงหรือการใช้เลเซอร์

ในกรณีที่เป็นอีสุกอีใสมาประมาณ  1  สัปดาห์  ตอนนี้รอยโรคส่วนใหญ่น่าจะเริ่มแห้งเป็นสะเก็ดหรืออาจหายเป็นรอยแดง  ผมขอแนะนำว่าไม่ควรใจร้อนรีบแกะหรือเกาสะเก็ด  ควรปล่อยให้สะเก็ดค่อยๆหลุดเองหรือทายาที่มีลักษณะเป็นขี้ผึ้งช่วย  จะได้ไม่เป็นรอยแผลเป็น  ส่วนบริเวณที่สะเก็ดหลุดแล้วก็หลบแดดและใช้ยากันแดดช่วยนะครับ  โดยเฉพาะบริเวณที่ใบหน้าจะได้ไม่เกิดรอยดำตามมา 

ส่วนวิธีและราคาในการรักษาต้องขึ้นอยู่กับลักษณะของโรค ถ้าต้องการทราบรายละเอียดสามารถเข้ามารับการปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังที่โรงพยาบาลได้ทุกวันครับ

น.พ. อัครวัฒน์  ชิงชัย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนัง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Power By Boonthom Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC สำหรับผู้ดูแลระบบ